คำอธิบายและการวิเคราะห์ฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน

บริษัท โออิชิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย ขอชี้แจงผลการดำเนินงานรวมและฐานะทางการเงินรวมสำหรับปี 2560 สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560

รายได้

สำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีรายได้จากการขายรวมเท่ากับ 13,551 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.6% หรือ 86 ล้านบาทจากปีก่อนซึ่งมีรายได้จากการขายรวม 13,637 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการลดลงของรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่ม 0.4% และการลดลงของรายได้จากธุรกิจอาหาร 0.8% สัดส่วนรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มต่อรายได้จากธุรกิจอาหารคิดเป็นประมาณ 52:48

รายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มเท่ากับ 7,054 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.4% หรือ 31 ล้านบาท จากปีก่อนซึ่งมีรายได้จากธุรกิจเครื่องดื่มเท่ากับ 7,085 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD tea market) และตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม (Pure RTD green tea market) มีมูลค่าลดลงประมาณ 10.8% และ 5.7% ตามลำดับ อย่างไรก็ตามบริษัทยังคงสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งไว้ได้ ทั้งในตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD tea market) ที่ 45.8% และตลาดชาเขียวพร้อมดื่ม (Pure RTD green tea market) ที่ 48.0%

รายได้จากธุรกิจอาหารเท่ากับ 6,497 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยที่ 0.8% หรือ 55 ล้านบาท จากปีก่อนซึ่งมีรายได้จากธุรกิจอาหารเท่ากับ 6,552 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักมาจากสภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศที่ยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง อันส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค รวมถึงการปิดดำเนินการสาขาร้านอาหารที่มีผลประกอบการไม่เป็นที่น่าพอใจ

ต้นทุนขาย

ต้นทุนขายรวมของบริษัทสำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 เท่ากับ 8,388 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายรวมที่ 61.9% ซึ่งคิดเป็นอัตราส่วนที่ต่ำกว่าปีก่อนซึ่งมีอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้จากการขายรวมที่ 63.7% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นทั้งในส่วนของธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร

ค่าใช้จ่ายในการขาย

บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการขายรวมสำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 เท่ากับ 1,650 ล้านบาท ลดลง 0.8% หรือ 13 ล้านบาทจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายในการขายรวมเท่ากับ 1,663 ล้านบาท โดยอัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายต่อรายได้จากการขายในปี 2560 เท่ากับ 12.2% คงที่เมื่อเทียบกับปีก่อน

ค่าใช้จ่ายในการบริหาร

บริษัทมีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมสำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 เท่ากับ 2,095 ล้านบาท ลดลง 3.3% หรือ 71 ล้านบาทจากปีก่อนที่มีค่าใช้จ่ายในการบริหารรวมเท่ากับ 2,166 ล้านบาท เป็นผลมาจากการควบคุมและบริหารจัดการค่าใช้จ่ายคงที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

กำไร(ขาดทุน)สุทธิ

กำไรสุทธิของบริษัทสำหรับงวดสิบสองเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2560 เท่ากับ 1,443 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28.5% หรือ 320 ล้านบาทจากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 1,123 ล้านบาท โดยอัตรากำไรสุทธิต่อรายได้จากการขายในปี 2560 เท่ากับ 10.6% เพิ่มขึ้นจากอัตราส่วนกำไรสุทธิต่อรายได้จากการขายปีก่อนที่ 8.2% เป็นผลมาจากการการบริหารต้นทุนขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ดีขึ้นของทั้งธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร

ฐานะการเงิน

สินทรัพย์

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 9,707 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 จำนวน 429 ล้านบาท หรือเท่ากับ 4.4% สินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 923 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องมาจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดและลูกหนี้การค้า สุทธิกับการลดลงของสินค้าคงเหลือและสินทรัพย์หมุนเวียนอื่น สำหรับสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 495 ล้านบาท สาเหตุหลักเนื่องมาจากการลดลงของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์

หนี้สิน

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีหนี้สินรวมทั้งสิ้น 4,116 ล้านบาท แบ่งเป็นหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 2,013 ล้านบาท ประกอบด้วยหุ้นกู้จำนวน 2,000 ล้านบาท และหนี้สินตามสัญญาเช่าการเงินจำนวน 13 ล้านบาท และหนี้สินที่ไม่มีภาระดอกเบี้ยจำนวน 2,103 ล้านบาท ทั้งนี้หนี้สินรวมของบริษัทลดลงจากสิ้นปี 2559 จำนวน 553 ล้านบาท หรือเท่ากับ 13.4% ซึ่งมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของเงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินที่ถึงกำหนดชำระในหนึ่งปี

ส่วนของผู้ถือหุ้น

ณ วันที่ 30 กันยายน 2560 บริษัทมีส่วนของผู้ถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 5,591 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2559 จำนวน 982 ล้านบาท หรือเท่ากับ 17.7% สาเหตุมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิในระหว่างปี สุทธิด้วยเงินปันผล