English Version lang switcher
banner
 

ปัจจัยความเสี่ยง

ธุรกิจเครื่องดื่ม

ความเสี่ยงในด้านการพัฒนาผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่

ในการออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่แม้ว่าบริษัทจะได้มี การพิจารณาและวางแผน รวมถึงทำการทดสอบคุณภาพต่าง ๆ ทั้งทางด้านการผลิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ การทดสอบ รสชาติ การทำโฆษณาและส่งเสริมการขาย ซึ่งส่งผลให้ การออกผลิตภัณฑ์ใหม่ต้องมีการลงทุนที่สูง แต่ผลิตภัณฑ์ใหม่ บางประเภทยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร รวมทั้ง การแข่งขันที่รุนแรงในตลาดของกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่ม บริษัทจึงได้เพิ่มความเข้มงวดในการเตรียมความพร้อม ในการออกผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มใหม่ ทั้งในส่วนของคุณภาพ สินค้า การมุ่งเน้นความต้องการของผู้บริโภค รวมทั้ง กิจกรรมการตลาด เพื่อให้มั่นใจว่าการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ จะประสบความสำเร็จเป็นที่นิยมของผู้บริโภค

ความเสี่ยงจากการมีแหล่งวัตถุดิบที่มีจำกัด

เนื่องจากบริษัทมีนโยบายซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพเพื่อให้ สามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น บริษัทจะไม่ซื้อ วัตถุดิบบางชนิดหรือวัตถุดิบจากผู้ขายเพียงรายเดียว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจากการขาดแคลนหรือขาด อำนาจต่อรองทางด้านราคาได้ โดยที่ผ่านมา บริษัทกำหนด ให้ฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์และฝ่ายจัดซื้อดำเนินการแสวงหา ผู้ขายสินค้าที่มีคุณภาพเพื่อให้มีผู้ขายสินค้ามากรายยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบ

จากการที่ราคาพลังงานชนิดต่าง ๆ การนำธัญพืชมาผลิต เป็นพลังงานทดแทน และความต้องการใช้วัตถุดิบหลาย ๆ อย่างในประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน และกลุ่มประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ ต้นทุนต่าง ๆ ในส่วนของค่าขนส่ง เชื้อเพลิง เยื่อกระดาษ และบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากปิโตรเลียมมีความผันผวนไปตาม อุปสงค์และอุปทานในตลาด บริษัทจึงได้ดำเนินการทำสัญญา ระยะปานกลางและระยะยาวกับผู้ขายบางรายเพื่อให้มั่นใจว่า จะไม่มีผลกระทบกับต้นทุนของบริษัทมากนัก

ความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางธุรกิจ

ด้วยสภาวการณ์การแข่งขันทางด้านธุรกิจเครื่องดื่มเป็นไป อย่างรุนแรง มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ ซึ่งมีศักยภาพสูง นำสินค้าออกสู่ตลาดพร้อมกิจกรรมทางการตลาดที่รุนแรง อย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายแข่งขัน ทางด้านภาพลักษณ์ ในรูปแบบการโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมการตลาดรูปแบบต่าง ๆ อย่างเหมาะสมทั้งนี้ เพื่อทำให้ผลิตภัณฑ์ของบริษัทมีคุณภาพและ ภาพลักษณ์ที่เหนือกว่า รวมถึงบริษัทมีความเชื่อว่า ยิ่งการแข่งขันมีมากเท่าใดย่อมส่งผลดีต่อผู้บริโภคและ อุตสาหกรรมเครื่องดื่มมากขึ้นเท่านั้น เพราะจะทำให้ การเติบโตของตลาดในธุรกิจประเภทนี้เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลทำให้ธุรกิจของบริษัทเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน

ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

จากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2554 ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้แก่บริษัท เป็นจำนวนมากนั้น บริษัทจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญจำเป็น ในการป้องกันและกระจายความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ ที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยได้ดำเนินการต่าง ๆ เช่น การก่อสร้าง โรงงานแห่งใหม่ที่อำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี การวางแผน และสร้างกำแพงป้องกันน้ำท่วมในส่วนโรงงานนิคม อุตสาหกรรมนวนคร นอกเหนือจากเขื่อนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ ของนิคมอุตสาหกรรมเอง ตลอดจนมีการกำหนดแผนสำรอง ฉุกเฉินในเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจจะสามารถ ดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย

ธุรกิจอาหาร

ธุรกิจร้านอาหาร

ความเสี่ยงในด้านการจัดหาพื้นที่เช่าสำหรับขยาย สาขาใหม่และรักษาพื้นที่เช่าสำหรับสาขาเดิม

เนื่องด้วยทำเลที่ตั้งของสาขาเป็นปัจจัยแห่ง ความสำเร็จในการดำเนินธุรกิจร้านอาหาร ประกอบกับสภาวะการแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจ ร้านอาหารในปัจจุบัน ส่งผลให้เกิดข้อจำกัด ต่อผู้ประกอบการในการแสวงหาพื้นที่ขยายสาขาใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า ที่มุ่งเน้นการเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้าในแหล่ง ชุมชน และโดยปกติการเช่าพื้นที่จะทำเป็น สัญญาเช่าระยะสั้น 3 ปี และสามารถต่ออายุ สัญญาเช่าได้อีก 3 ปี ซึ่งบริษัทมีความเสี่ยง ที่จะไม่ได้รับการต่ออายุสัญญาเช่าหรืออาจมี การปรับอัตราค่าเช่าเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งบริษัทได้มี การวางแผนในการรักษาพื้นที่เช่าโดยการรักษา และสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ให้เช่า รวมถึง มีการติดตามและแสวงหาพื้นที่ในทำเลที่ดีใหม่ ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าบริษัทจะมีพื้นที่ที่มีทำเลที่ตั้งที่ดี ในการรองรับการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง

ความเสี่ยงด้านต้นทุนจากการเสื่อมสภาพของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์

เนื่องจากในการดำเนินธุรกิจร้านอาหารนั้น บริษัทให้ ความสำคัญกับคุณภาพ ความสดใหม่ของวัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์เป็นหลักสำคัญ มากกว่าร้อยละ 50 ของวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ อันได้แก่ เนื้อสัตว์ อาหารทะเล ผัก ผลไม้ และขนมปัง มีอายุการใช้งานสั้น จึงอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต หากขาด การบริหารจัดการและควบคุมการใช้วัตถุดิบอย่างมี ประสิทธิภาพ ทั้งนี้ เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านต้นทุน บริษัทได้กำหนดนโยบายการจัดซื้อและการบริหาร จัดการสินค้าคงคลัง ด้วยการสั่งซื้อในลักษณะ วันต่อวันในจำนวนที่พอเพียง และจัดเก็บในห้องเย็น รักษาอุณหภูมิเพื่อลดการเสื่อมสภาพของวัตถุดิบ รวมถึงมีระบบการควบคุมสินค้าและวัตถุดิบคงคลัง แบบ First-In-First-Out (FIFO)

ความเสี่ยงจากการมีแหล่งวัตถุดิบที่มีจำกัด

เนื่องจากบริษัทมีนโยบายซื้อวัตถุดิบที่มีคุณภาพ เพื่อให้สามารถผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน ดังนั้น บริษัทไม่ซื้อวัตถุดิบบางชนิด หรือวัตถุดิบจากผู้ขาย เพียงรายเดียว ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงจาก การขาดแคลนหรือขาดอำนาจต่อรองทางด้านราคาได้ โดยที่ผ่านมา บริษัทกำหนดให้ฝ่ายวิจัยผลิตภัณฑ์ และฝ่ายจัดซื้อดำเนินการสรรหาผู้ขายสินค้าที่มี คุณภาพเพื่อให้มีผู้ขายสินค้ามากรายยิ่งขึ้น

สำหรับธุรกิจอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน บริษัท ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความสดใหม่ของ วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์เป็นหลักสำคัญ ซึ่งแม้วัตถุดิบ และผลิตภัณฑ์มากกว่าร้อยละ 50 อันได้แก่ เนื้อหมู เนื้อไก่ เนื้อกุ้ง และขนมปัง จะมีอายุการใช้งานและ บริโภคที่ค่อนข้างสั้น ซึ่งหากขาดการบริหารจัดการ และควบคุมการใช้วัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตได้ ดังนั้น เพื่อควบคุมและลดความเสี่ยงในด้านต้นทุนดังกล่าว บริษัทจึงได้กำหนดนโยบายการจัดซื้อและการบริหาร จัดการสินค้าคงคลัง ด้วยการสั่งซื้อในลักษณะ การประมาณการอย่างเพียงพอ และมีการจัดเก็บรักษา เพื่อคงคุณภาพ ลดการเสื่อมสภาพและยืดอายุ การใช้งานด้วยระบบห้องเย็นรักษาอุณหภูมิที่มี ประสิทธิภาพ รวมถึงมีระบบการควบคุมสินค้าและ บริหารจัดการวัตถุดิบคงคลังแบบ First-In- First-Out (FIFO) จึงส่งผลให้บริษัทไม่ได้รับ ผลกระทบจากความเสี่ยงในด้านนี้มากนัก

ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบและ ต้นทุนการผลิตสินค้า

จากการที่วัตถุดิบบางชนิดเป็นวัตถุดิบที่ได้รับความนิยม จากผู้บริโภคสูง เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น โรคระบาดของพืชและสัตว์ที่เป็นวัตถุดิบหลัก ทำให้เกิดการขาดแคลน และราคามีความผันผวน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้พิจารณาทำสัญญาระยะ ปานกลางและระยะยาวกับผู้ขายบางรายไว้แล้ว เหตุการณ์ดังกล่าวจึงไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัทมากนัก

ความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางธุรกิจ

เนื่องจากความนิยมในอาหารญี่ปุ่นเติบโตอย่างรวดเร็ว ในประเทศไทย จึงทำให้มีผู้ประกอบการรายใหม่ ๆ เกิดขึ้นจำนวนมาก และมีคู่แข่งบางรายเปิดร้านอาหาร แนวเดียวกับของบริษัทในทำเลที่ใกล้เคียงกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทมีนโยบายแข่งขันทางด้าน คุณภาพของผลิตภัณฑ์และบริการ การโฆษณา ประชาสัมพันธ์ และการจัดกิจกรรมการตลาดรูป แบบต่าง ๆ โดยไม่เน้นการตัดราคา ทั้งนี้ เนื่องจาก บริษัทมีความเชื่อว่ายิ่งการแข่งขันมีมากเท่าใด ย่อมส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมอาหารมากขึ้นเท่านั้น เพราะจะทำให้การเติบโตของตลาดในธุรกิจประเภทนี้ เติบโตมากยิ่งขึ้น ซึ่งย่อมส่งผลทำให้ธุรกิจของ บริษัทเติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน

ความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติ

จากมหาอุทกภัยที่เกิดขึ้นในประเทศไทยในปี 2554 ซึ่งส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายให้แก่บริษัท เป็นจำนวนมากนั้น บริษัทจึงได้เล็งเห็นถึงความสำคัญ จำเป็นในการป้องกัน และกระจายความเสี่ยงจาก ภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นซ้ำอีก โดยได้ดำเนินการต่าง ๆ เช่น การย้ายครัวกลางจากเดิมที่นิคมอุตสาหกรรม นวนครไปยังครัวกลางแห่งใหม่ที่อำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม รวมถึงบริษัทได้กระจายการลงทุนไปยังจังหวัด ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีทำเลที่ตั้งสูง และมีการคมนาคม ขนส่งสะดวก จึงน่าจะปลอดภัยและไม่ได้รับผลกระทบ จากภัยธรรมชาติ ตลอดจนมีการกำหนดแผนสำรอง ฉุกเฉินในเหตุการณ์ต่าง ๆ เพื่อให้มั่นใจว่าธุรกิจ จะสามารถดำเนินต่อไปได้อย่างต่อเนื่องและ ปลอดภัยด้วย

ความเสี่ยงจากผลกระทบจากสถานการณ์ทาง การเมืองและเศรษฐกิจ

ในปี 2559 แม้สถานการณ์ทางการเมืองจะเริ่มมีทิศทาง ที่ดีขึ้น แต่ยังคงมีผลกระทบสืบเนื่องด้านภาวะเศรษฐกิจ อาทิ ต้นทุนวัตถุดิบ ค่าแรง และค่าใช้จ่ายครัวเรือน ที่มีอัตราที่สูงขึ้น และกำลังการซื้อของผู้บริโภค ที่ลดน้อยลง ซึ่งปัจจัยดังกล่าวยังคงส่งผลกระทบ ต่อผลประกอบการโดยรวมของธุรกิจอาหาร

อย่างไรก็ดี แม้บริษัทจะได้รับผลกระทบจากปัจจัย ความเสี่ยงดังกล่าวแต่จากการติดตามสถานการณ์ อย่างใกล้ชิด พร้อมกำหนดกลยุทธ์และแนวทาง การตลาดที่เหมาะสมทำให้บริษัทไม่ได้รับผลกระทบ จากปัจจัยดังกล่าวอย่างมีนัยสำคัญ

ธุรกิจอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน

ความเสี่ยงด้านความผันผวนของราคาวัตถุดิบและ ต้นทุนการผลิตสินค้า

เนื่องจากปัจจุบันจำนวนยอดขายของอาหารพร้อมปรุง และพร้อมทานที่จำหน่ายนั้น ยังมีจำนวนที่ไม่สูงนัก เมื่อเทียบกับขนาดของตลาดโดยรวม ทำให้การบริหาร และการจัดการด้านการผลิตสินค้าของโรงงาน อุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทโออิชิ ยังไม่สามารถ บริหารและจัดการได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ส่งผลให้ ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ในการผลิตและต้นทุนของสินค้า สูงขึ้นตามไปด้วย โดยบริษัทได้กำหนดแนวทางให้ ทุกหน่วยงาน อาทิ ฝ่ายจัดซื้อ ฝ่ายวิจัยและพัฒนา ฝ่ายผลิต และฝ่ายขาย ประสานงานร่วมกันเพื่อให้ สามารถบริหารจัดการกำลังการผลิตและควบคุม ค่าใช้จ่าย ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น รวมถึงเน้นการขยายช่องทางการขายสินค้าให้มากขึ้น เพื่อสร้างยอดขายอันจะเป็นการช่วยลดต้นทุน การผลิตและค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ด้วย

ความเสี่ยงด้านการแข่งขันทางธุรกิจ

สำหรับธุรกิจอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทาน มีสภาวะ การแข่งขันทางธุรกิจที่รุนแรง โดยเฉพาะการที่เจ้าของ ธุรกิจในช่องทางการจัดจำหน่ายสินค้าหันมาผลิต สินค้าภายใต้ตราสินค้าของตนเอง ส่งผลให้ผู้ขาย สินค้านอกจากจะต้องวิจัยและพัฒนาเพื่อแข่งขัน ด้านผลิตภัณฑ์แล้วยังต้องเพิ่มภาระด้านการต่อรอง เรื่องเงื่อนไขการค้าต่าง ๆ มากยิ่งขึ้น ดังนั้น เพื่อเป็น การลดและป้องกันความเสี่ยงในเรื่องดังกล่าว บริษัท จึงให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาและรักษาคุณภาพ ของสินค้า รวมถึงเน้นการสร้างตราสินค้าให้เป็น ที่รู้จักและสร้างความเชื่อมั่นในตราสินค้าของบริษัท ให้มากยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงด้านการพัฒนาสินค้าใหม่

เนื่องจากอาหารพร้อมปรุงและพร้อมทานที่จำหน่าย ในปัจจุบันมีช่องทางการจัดจำหน่ายผ่านร้านสะดวกซื้อ เป็นหลัก ทำให้การพัฒนาสินค้าต้องมีการพัฒนา อย่างต่อเนื่อง ถึงแม้ว่าจะได้มีการวางแผนอย่าง รอบคอบและระมัดระวังแล้วก็ตาม แต่ด้วยพฤติกรรม การบริโภคที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอทำให้สินค้า บางรายการหรือบางรสชาติอาจจะยังไม่ตอบสนอง ต่อความต้องการของตลาดและกลุ่มผู้บริโภคได้ ดังนั้น หน่วยงานพัฒนาสินค้าจึงให้ความสำคัญ ในการพัฒนานวัตกรรมสินค้าและผลิตภัณฑ์เพื่อให้ สามารถตอบสนองได้ตรงและทันต่อความต้องการ และกระแสการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่าง ๆ ของผู้บริโภคได้

ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์

บริษัทได้เริ่มดำเนินการตามแผน “วิสัยทัศน์ 2020” เพื่อเติบโตและ ก้าวเป็นบริษัทอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งแม้ว่า บริษัทจะได้มีการพิจารณาและวางแผนอย่างถี่ถ้วนและรอบคอบ แต่อาจมี ปัจจัยทั้งภายในและภายนอกที่ส่งผลกระทบให้บริษัทไม่สามารถดำเนินธุรกิจ ให้เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ อันจะกระทบต่อผลการดำเนินงานของบริษัท ทำให้ไม่สามารถบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ได้

อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการจัดทำแผนการดำเนินงานประจำปี ซึ่งสอดคล้องกับแผนกลยุทธ์ระยะยาวของบริษัท โดยคณะกรรมการของ บริษัท มีส่วนร่วมในการพิจารณากลั่นกรองอนุมัติแผนการดำเนินการ ดังกล่าว นอกจากนี้ ยังมีการติดตามประเมินผลในทุกขั้นตอนอย่าง ใกล้ชิด เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามแผนงานและกลยุทธ์ที่กำหนดไว้ และมีการทบทวนแผนกลยุทธ์อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้สามารถปรับกลยุทธ์ และการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ความเสี่ยงจากการพึ่งพิงผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือ บริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่

บริษัทมีสัดส่วนการจัดจำหน่ายผ่านบริษัทในกลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“กลุ่มบริษัท”) คิดเป็นประมาณร้อยละ 90 ของยอดขาย รวมของธุรกิจเครื่องดื่ม ซึ่งถือเป็นช่องทางการจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพ และครอบคลุมพื้นที่การให้บริการมากที่สุดช่องทางหนึ่ง อย่างไรก็ตาม บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) (“ไทยเบฟ”) เป็นผู้ถือหุ้น รายใหญ่ของบริษัทโดยมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณร้อยละ 79.66 ดังนั้น การจัดจำหน่ายสินค้าในกลุ่มธุรกิจเครื่องดื่มจึงมีลักษณะพึ่งพิง บริษัทในกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งอาจมีความเสี่ยงและผลกระทบ ต่อผลการดำเนินงานของบริษัทได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง การถือหุ้นของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ หรือไม่ได้รับความสนใจในการจัดจำหน่าย สินค้าของบริษัท

อย่างไรก็ดี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทได้รับความร่วมมือทางธุรกิจ จากกลุ่มบริษัทเป็นอย่างดีและมีวิธีการทำงานที่มีระเบียบแบบแผนสากล อันเป็นที่ยอมรับทั่วไป อีกทั้งการจัดจำหน่ายสินค้าผ่านเครือข่าย กลุ่มบริษัทของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ยังถือได้ว่าเป็นการบริหารจัดการและ จัดสรรทรัพยากรให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ อันเป็นประโยชน์สูงสุด ต่อบริษัทและผู้ถือหุ้นทุกฝ่าย นอกจากนี้ บริษัทยังได้มีการเข้าทำสัญญา การจัดจำหน่ายระยะกลางอย่างเป็นทางการกับกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ กลุ่มบริษัทยังคง ต้องเป็นผู้จัดจำหน่ายให้บริษัทต่อไปจนหมดสัญญา ทำให้บริษัทมีเวลา ในการสรรหาและแต่งตั้งผู้จัดจำหน่ายรายใหม่ได้โดยไม่ส่งผลกระทบ ต่อการดำเนินงานของบริษัท

ความเสี่ยงต่อการลงทุนของผู้ถือหลักทรัพย์

ความเสี่ยงจากการมีผู้ถือหุ้นรายใหญ่ที่มีอำนาจกำหนด นโยบายการบริหาร

ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2559 ไทยเบฟเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ บริษัท โดยมีสัดส่วนการถือหุ้นประมาณร้อยละ 79.66 ของ ทุนชำระแล้ว ด้วยสถานะดังกล่าวทำให้ไทยเบฟสามารถควบคุม มติที่ประชุมผู้ถือหุ้นในเรื่องต่าง ๆ ได้ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตั้ง กรรมการ หรือการขอมติในเรื่องอื่นที่ต้องใช้เสียงส่วนใหญ่ของ ที่ประชุมผู้ถือหุ้น ตลอดจนเรื่องที่กฎหมายหรือข้อบังคับบริษัท กำหนดให้ต้องได้รับเสียง 3 ใน 4 ของที่ประชุมผู้ถือหุ้น ดังนั้น ผู้ถือหุ้นรายอื่นของบริษัทอาจมีความเสี่ยงจากการไม่สามารถ รวบรวมคะแนนเสียงเพื่อถ่วงดุลเรื่องที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เสนอได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างโปร่งใสและ เป็นไปตามหลักการกำกับดูแลกิจการที่ดี บริษัทได้จัดโครงสร้าง การบริหารจัดการซึ่งประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และได้กำหนดขอบเขตอำนาจหน้าที่อย่างชัดเจน รวมถึง มีการแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ซึ่งประกอบด้วย กรรมการอิสระที่ไม่มีส่วนได้เสียกับบริษัท 3 คน เพื่อทำหน้าที่ ในการตรวจสอบการดำเนินงานของบริษัท และดูแลผลประโยชน์ ของผู้ถือหุ้นรายย่อยได้อย่างเพียงพอ ซึ่งทำให้เกิดการถ่วงดุล อำนาจในการบริหารจัดการในระดับที่เหมาะสมและสามารถ ตรวจสอบได้

ความเสี่ยงจากการที่จำนวนหุ้นของบริษัทที่ซื้อขาย หมุนเวียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (“Free float”) ค่อนข้างต่ำส่งผลกระทบต่อสภาพคล่อง ในการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ณ วันที่ 26 สิงหาคม 2559 บริษัทมีสัดส่วนการถือหุ้น ของผู้ถือหุ้นรายย่อยคิดเป็นร้อยละ 20.34 ซึ่งอาจทำให้ มีสภาพคล่องในการซื้อขายหลักทรัพย์ไม่มากนัก ผู้ถือหุ้น จึงมีความเสี่ยงที่อาจจะไม่สามารถขายหุ้นของบริษัทได้ทันที ในราคาที่ต้องการ

อย่างไรก็ดี บริษัทจะติดตามและดำรงสภาพคล่องของ Free float ให้มีความเหมาะสมต่อผู้ถือหุ้นต่อไป