English Version lang switcher
banner
 

สารจากประธานกรรมการ

ในปี 2559 สภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศยังคงชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคภายในประเทศ ประกอบกับสภาวะการแข่งขันที่ค่อนข้างรุนแรงทั้งในธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร ปัจจัยภายนอกเหล่านี้ส่งผลให้การดำเนินธุรกิจของบริษัท ในปีนี้มีความท้าทายตามสภาพแห่งความเป็นจริง อย่างไรก็ตาม ด้วยความร่วมมือ มุ่งมั่นและทุ่มเทในการปฏิบัติหน้าที่และบริหารกิจการ อย่างเต็มที่ของผู้บริหารและพนักงานทุกคน รวมถึงการดำเนินธุรกิจตามแผน “วิสัยทัศน์ 2020” ซึ่งเป็นแผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท ที่ให้ความสำคัญกับการเป็นผู้นำทางธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มอย่างยั่งยืนและแข็งแกร่งโดยได้ดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2557 เพื่อสร้างความเติบโต และความแข็งแกร่งให้เป็นบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารและเครื่องดื่มชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งประกอบด้วยกลยุทธ์หลัก 5 ประการได้แก่

  1. การเติบโต (Growth): การสร้างความเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในด้านรายได้และกำไรให้แก่ธุรกิจอาหารและธุรกิจเครื่องดื่มของบริษัท
  2. ความหลากหลาย (Diversity): การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้มีความหลากหลายทั้งประเภทผลิตภัณฑ์และราคาจำหน่าย รวมถึงการผสานกำลังของบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่หลากหลายภายในกลุ่มธุรกิจ
  3. ตราสินค้า (Brands): การสร้างตราสินค้าให้เป็นที่นิยมและอยู่ในใจผู้บริโภคอย่างยั่งยืน โดยการรักษาความเป็นผู้นำทั้งในตลาด อาหารญี่ปุ่น ชาเขียวและชาพร้อมดื่มในประเทศไทย ผ่านนวัตกรรมผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดที่สร้างสรรค์ รวมถึงการสร้าง ตราสินค้าให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในต่างประเทศ
  4. การขายและกระจายสินค้า (Reach): การริเริ่มและสรรหาช่องทางการตลาดและการจัดจำหน่ายสินค้าใหม่ ๆ เพื่อให้สามารถเข้าถึง กลุ่มผู้บริโภคที่หลากหลายและครอบคลุมทั้งในและต่างประเทศ
  5. ความเป็นมืออาชีพ (Professionalism): การส่งเสริมและพัฒนาบุคลากร รวมถึงสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานในการทำงานเพื่อสร้างเสริม ศักยภาพของบุคลากร

การดำเนินการตามกลยุทธ์หลักดังกล่าวได้ช่วยพัฒนาศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ รวมทั้งต่อยอดและเสริมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทอันเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพจากจุดแข็งในด้านขนาด ความหลากหลายขององค์กร และทำให้การดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทเป็นไปในทิศทางที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ที่ก่อให้เกิดความร่วมมือและเสริมสร้างพลัง (synergy) ภายในกลุ่มบริษัทซึ่งส่งผลให้การดำเนินงานในปีที่ผ่านมาประสบผลสำเร็จอย่างดีเยี่ยม

นอกจากนี้ บริษัทดำเนินกลยุทธ์ในการสร้างแบรนด์อย่างต่อเนื่องเพื่อคงความเป็นผู้นำทางการตลาด โดยเน้นการสร้างความรับรู้ในตราสินค้าและการจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายในรูปแบบที่สร้างสรรค์สามารถเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น การศึกษาและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อาทิ “โออิชิ ชาเขียว กลิ่นองุ่นเคียวโฮ” ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของชาพร้อมดื่มที่มีการผสมผสานความอร่อยของวุ้นมะพร้าวลงในชาเขียว โดยผลิตภัณฑ์ดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างดีจาก ผู้บริโภคจึงเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ขายดีที่สุดในรอบปีที่ผ่านมา จากความสำเร็จในการดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดในการสร้างแบรนด์และการศึกษาพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้บริษัทสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดสูงสุดเป็นอันดับหนึ่งทั้งในตลาดชาพร้อมดื่ม (RTD tea market) และชาเขียวพร้อมดื่ม (Pure RTD green tea market) ในอัตราร้อยละ 43 และร้อยละ 45.3 ตามลำดับ มีผลทำให้ได้รับรางวัล “แบรนด์ที่ได้รับการยอมรับมากที่สุดในประเทศไทย” (Thailand’s Most Admired Brand Award) ในกลุ่มเครื่องดื่มชาเขียวพร้อมดื่ม ประจำปี 2559 จากนิตยสารแบรนด์เอจ โดยรางวัลดังกล่าวพิจารณาจากความเห็นของผู้บริโภคทั่วประเทศซึ่งเป็นปัจจัยที่มีผลต่อการซื้อสินค้า อาทิเช่น ภาพลักษณ์องค์กร ภาพพจน์แบรนด์ พนักงานและตัวแทนจำหน่าย ราคาและโปรโมชั่น การโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ รางวัลดังกล่าวจึงช่วยตอกย ้ำถึงความเป็นแบรนด์อันดับหนึ่งในใจผู้บริโภคที่มุ่งมั่นพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้ตอบสนองกับกระแสความนิยมและความต้องการของผู้บริโภคที่แตกต่างกัน

จากความมุ่งมั่นและทุ่มเทของผู้บริหารและพนักงานทุกคน รวมถึงการดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ในปี 2559 บริษัทมีกำไรสุทธิจำนวน 880 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 176 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 25.1 แม้ว่าจะเป็นการเปรียบเทียบข้อมูลผลการดำเนินงาน 9 เดือนเทียบกับ 12 เดือน อันเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงรอบบัญชีของบริษัทจากเดิมเริ่มต้นวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม ของทุกปีเป็นเริ่มต้นวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายนของทุกปี โดยให้มีผลเริ่มรอบปีบัญชีแรกในปี 2559 ซึ่งจะมีระยะเวลา 9 เดือน ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2559 และสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายน 2559 ก็ตาม ในด้านยอดขายบริษัทมียอดขายรวมจำนวน 10,399 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนกำไรสุทธิร้อยละ 8.5 ของยอดขายรวม เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับอัตราส่วนกำไรสุทธิร้อยละ 5.5 ของยอดขายรวมในปีที่ผ่านมา จากผลการดำเนินงานที่ดีในปีนี้ บริษัทได้รับการจัดอันดับเครดิตขององค์กรจากบริษัท ทริสเรทติ้ง จำกัด เมื่อเดือนตุลาคม 2559 ที่ระดับ A+ เพิ่มขึ้นสองระดับจากปี 2558 ที่ได้รับอันดับเครดิตในระดับ A- สะท้อนให้เห็นถึงสถานะทางการเงินของบริษัทที่มีความมั่นคงและแข็งแกร่งขึ้นในทุกด้าน รวมไปถึงการเป็นหนึ่งในผู้ผลิตชาเขียวชั้นนำของประเทศไทยและมีตราสัญลักษณ์ซึ่งเป็นที่รู้จักและอยู่ในใจผู้บริโภค ซึ่งแสดงถึงศักยภาพทางการเงินและสถานะทางการตลาดที่พร้อมรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้เป็นอย่างดี

ในด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของบริษัทในระยะยาว บริษัทได้เริ่มดำเนินการโครงการสายการผลิตแบบ Cold Aseptic Filling หรือ CAF สายการผลิตที่ 4 ณ โรงงานอุตสาหกรรมอ ำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี โดยคาดว่าจะเริ่มการผลิตเชิงพาณิชย์ได้ภายในเดือนธันวาคม 2559 ซึ่งมั่นใจว่าสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งและรองรับการขยายตัวของธุรกิจภายใต้แบรนด์ของบริษัท

สำหรับการขยายธุรกิจในต่างประเทศ บริษัทยังคงมุ่งมั่นดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยได้เสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเงินทุนของบริษัทย่อย ในต่างประเทศผ่านการเพิ่มทุนของ Oishi International Holdings Limited และ Oishi F&B (Singapore) Pte. Ltd. โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อรองรับการเพิ่มทุนของ Oishi Myanmar Limited ซึ่งเป็นบริษัทย่อยทางอ้อมในประเทศสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์ สำหรับเป็นเงินทุน หมุนเวียนและรองรับการขยายตัวของธุรกิจอาหารในอนาคต

ในส่วนของความรับผิดชอบและการดูแลสังคม บริษัทมุ่งเน้นการพัฒนาภาพลักษณ์และการทำกิจกรรมด้านความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม (CSR) อย่างต่อเนื่องทั้งในกระบวนการดำเนินธุรกิจและกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม บริษัทได้มุ่งเน้นและสนับสนุนด้านการศึกษา การกีฬาตลอดจนการส่งเสริมการสืบทอดศิลปะวัฒนธรรมไทยและปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน

ในนามของคณะกรรมการบริษัท ขอเรียนว่าผู้บริหารและพนักงานทุกคนต่างมีความมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และดำเนินธุรกิจเพื่อนำพาบริษัทให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในธุรกิจเครื่องดื่มและธุรกิจอาหาร อีกทั้งรักษาความเป็นผู้นำทางการตลาดอาหารญี่ปุ่นและธุรกิจชาเขียว โดยใช้เครือข่ายทางธุรกิจทั้งด้านการผลิตและการจัดจำหน่ายของบริษัทย่อยภายใต้กลุ่มบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) ให้เกิดประโยชน์สูงสุด เพื่อที่จะสร้างความเติบโตอย่างต่อเนื่องและมั่นคงทั้งตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ อันเป็นที่ประจักษ์ชัดด้วยผลการดำเนินงานอันเป็นที่น่าพอใจอย่างยิ่งในปี 2559 นี้จึงขอให้ท่านได้โปรดให้ความไว้วางใจและสนับสนุนการดำเนินกิจการของผู้บริหารของบริษัท เพื่อความเจริญของบริษัทและผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นโดยชอบธรรม


นายประสิทธิ์ โฆวิไลกูล
ประธานกรรมการบริษัท